เมื่อฟังก์ชันได้รับการประกาศหรือสร้างขึ้นแล้ว
การเรียกฟังก์ชันสามารถเรียกมาจากที่ใดๆ ภายในสคริปต์ หรือ
จากไฟล์ที่มีการรวมด้วยประโยคคำสั่ง include() หรือ require()
show_message();
show_message();
พารามิเตอร์
ไวยากรณ์พื้นฐาน
{
รายการพารามิเตอร์ <br/>
param1: $param1 <br/>
param2: $param2 <br/>
param3: $param3 <br/>
?>
รายการพารามิเตอร์ <br/>
param1: $param1 <br/>
param2: $param2 <br/>
param3: $param3 <br/>
?>
ตัวอย่าง
ฟังก์ชัน show_message() เก็บอยู่ในไฟล์ fn_ 03 _keeper.phpส่วนผู้เรียกอยู่ในสคริปต์ fn_ 03 _caller.php
<?php
include("fn_
03 _keeper.php");
?>
ตามปกติฟังก์ชันส่วนใหญ่ต้องการรับสารสนเทศจากผู้เรียกสำหรับการประมวลผล
โดยทั่วไปเรียกว่า พารามิเตอร์
การกำหนดฟังก์ให้รับพารามิเตอร์ส่งผ่านโดยการวางข้อมูล
ชื่อตัวแปรที่เก็บข้อมูลภายในวงเล็บหลังชื่อฟังก์ชัน การเรียกฟังก์ชันที่ประกอบด้วยพารามิเตอร์เขียนดังนี้
<?php
function
show_parameter($param1, $param2, $param3)
echo
<<<PARAM
PARAM;
}
พารามิเตอร์ที่ส่งไปยังฟังก์ชันแยกกันเครื่องหมายจุลภาคภายในวงเล็บ
โดยสามารถส่งเป็นนิพจน์สำหรับแต่ละพารามิเตอร์ด้วย ตัวแปร ค่าคงที่ ผลลัพธ์จากการคำนวณ
รวมถึงการเรียกฟังก์ชัน
scope ของพารามิเตอร์จำกัดภายในฟังก์ชัน
ถ้าชื่อตัวแปรเหมือนกับตัวแปรใน scopeระดับอื่น
พารามิเตอร์นี้ "ระบุ" เป็นตัวแปรภายในที่ไม่มีผลกับตัวแปรภายนอกฟังก์ชัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น